
ล่าฝันครั้งสุดท้าย! “ยอดขุนพล” ทิ้งรายได้หลักล้าน แลกโอกาสพิสูจน์ตัวในศึก ONE ลุมพินี 160
“ยอดขุนพล” ได้เวลาพิสูจน์ตัวเองบนเวทีที่ใฝ่ฝัน โดยเจ้าตัวพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อคว้าโอกาสสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของเส้นทางนักมวยอาชีพ ดวลเดือด “เซมิห์ ชาห์ จินดีร์” จอมบู๊พลังแกร่งจากตุรกี ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่มวยน่าจับตาของศึกใหญ่ประจำไตรมาส 2 ของปี ONE ลุมพินี 160 ที่จะถ่ายทอดสดจากเวทีมวยลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนนี้
“ยอดขุนพล” จอมบู๊วัย 30 ปี จากนครราชสีมา เป็นขวัญใจของแฟนมวยชาวไทยมานาน โดยผ่านประสบการณ์คว้าแชมป์มวยไทยรายการใหญ่บนหลายเวที รวมถึงสร้างชื่อเป็นนักชกไทยคนที่ 5 ที่คว้าเข็มขัด K-1 รุ่นซูเปอร์ไลต์เวต มาครองได้สำเร็จ
จากสถิติรวมชนะ 104 ครั้ง จาก 114 ไฟต์ ตลอดการชกระดับอาชีพของ “ยอดขุนพล” แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของเขาเป็นอย่างดี ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวพร้อมแล้วสำหรับการเผชิญหน้าความท้าทายใหม่ เริ่มต้นลุยล่าความฝันครั้งใหม่และอาจเป็นฝันครั้งสุดท้ายที่เจ้าอยากทำให้เป็นจริงในรายการของ ONE
“ผมรู้สึกดีใจมากที่จะได้เข้ามาชกในรายการของ ONE หลังต้องรอคอยนานถึง 1 ปีเต็ม รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยตัวเองจากช่วงเวลาที่ไม่ได้ขึ้นสังเวียน ปีนี้ผมก็จะอายุ 31 ปีแล้ว ตั้งใจว่าอยากปิดฉากเส้นทางมวยกับที่นี่ เพราะมันคือความท้าทายครั้งสุดท้ายในชีวิตผม”
“กว่าจะได้มาชกครั้งนี้ ผมต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ผมตัดสินใจไม่รับงานที่อื่นและยอมเสียเงินหลักล้านเพื่อได้มาชกในรายการนี้ นี่คือเวทีสุดท้ายของชีวิต ผมชกมวยมาตั้งแต่ 6 ขวบ ผ่านสังเวียนระดับโลกมาทุกสนาม ตอนนี้ผมอยากกลับมาโชว์ฝีมือให้คนไทยได้เห็นบนเวทีของ ONE ครับ”
ยอดขุนพล ฟื้นฟูสกิลมวยไทย เตรียมบู๊ เซมิห์ ชาห์
หลังจากประสบความสำเร็จในเส้นทางคิกบ็อกซิง ครั้งนี้ “ยอดขุนพล” จะได้คืนสู่กติกามวยไทยต้นกำเนิดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าแม้ช่วงหลังตนลงแข่งในคิกบ็อกซิงมากกว่า แต่ยืนยันพร้อมปรับตัว โดยเตรียมขนอาวุธแม่ไม้มวยไทยมาโชว์ครบครัน
“การกลับมาชกมวยไทยครั้งนี้ถือว่ามีอุปสรรคพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการฟิตซ้อมที่ต้องปรับใหม่ทั้งหมด ผมต้องย้อนกลับไปทบทวนพื้นฐาน แล้วนำกลับมาปรับใช้ใหม่ พร้อมกับเสริมความเร็วในแบบคิกบ็อกซิงเข้าไป เพื่อให้เข้ากับสไตล์การชกของตัวเองในตอนนี้มากที่สุด”
“กติกามวยไทยของ ONE ใช้นวมเล็ก ซึ่งทุกคนมีโอกาสชนะน็อก 50-50 เท่ากัน ไม่มีใครเหนือกว่าใครบนเวที เพราะนวมเล็กทำให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ส่วนผมเองเป็นมวยที่ใช้หมัดได้ดีอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นจุดที่ช่วยสร้างความได้เปรียบให้ตัวเองในไฟต์นี้ครับ”
ไฟต์นี้ “ยอดขุนพล” ต้องเปิดตัวพบกับ “เซมิห์ ชาห์” ที่ล่าสุดข้ามสายมาชกในกติกาคิกบ็อกซิง และเบียดชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “หวัง เผิงฮุย” จากจีน ในศึก ONE ลุมพินี 154 เมื่อเดือน พ.ค. 69 เก็บชัยแรกบนเวทีแห่งนี้ได้สำเร็จ โดยครั้งนี้เตรียมลงมาสู้ในรุ่นแบนตัมเวต และพิสูจน์ตัวเองในกติกามวยไทยอีกครั้ง ซึ่ง “ยอดขุนพล” ไม่สามารถมองข้ามความอันตรายของคู่ชกรายนี้ได้เลย
“เซมิห์ ชาห์ เป็นนักชกรุ่นใหม่ที่น่าจับตา อายุยังน้อย ผมได้ศึกษาสไตล์ของเขาอย่างละเอียด พร้อมทั้งปรึกษาและวางแผนแก้เกมร่วมกับทีมงานเตรียมตัวรับมือเอาไว้เรียบร้อย”
“จุดที่เขาอันตรายคือหมัดและความแข็งแกร่ง แต่ในแง่ทักษะของมวยไทย ผมมองว่าตัวเองยังเหนือกว่า และจะเสริมความแข็งแกร่งในจุดอื่นเพื่อไปสู้อย่างเต็มที่ครับ”
ตลอดกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา “ยอดขุนพล” ตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนัก หวังเปิดตัวในรายการด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดให้ทุกคนได้จดจำ โดยตอนนี้เจ้าตัวพร้อมเต็มที่แล้วสำหรับการโชว์ผลงานบนสังเวียนที่เฝ้าใฝ่ฝันจะมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต
“ความท้าทายอย่างแรกของผมคือการได้มาชกในรายการของ ONE โดยอยากจะทำฟอร์มเก็บชัยชนะให้ได้ต่อเนื่องและพัฒนาตัวเองต่อไป ซึ่งช่วงแรกจะเน้นโฟกัสไปทีละไฟต์ แต่ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”
“ตอนนี้ผมกลับมาแล้ว ขอฝากพี่น้องชาวไทยทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วย และหวังว่าจะคว้าโบนัสให้ได้ตั้งแต่ครั้งแรก”
“ฝากถึงคู่ชก เซมิห์ ชาห์ ให้ขึ้นมาสู้กันให้เต็มที่ แพ้ชนะคือเกมกีฬา หวังว่าเราจะได้เจอกันและสู้กันอย่างสนุกครับ”