## ซาช่า คาลัจด์ซิซ ลงสำรองทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บช่วยให้ ออสเตรีย ไล่ตามตีเสมอ แอลจีเรีย 3-3 กอดคอกันผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีม พร้อมส่ง อิหร่าน กลับบ้าน

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 นัดสุดท้ายของกลุ่ม เจ ที่สนามแอร์โรว์เฮด สเตเดี้ยม ในเมือง แคนซัสซิตี้ รัฐมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา แอลจีเรีย จะพบกับ ออสเตรีย

ก่อนเริ่มเกมนี้สถานการณ์ของทั้งสองทีมมี 3 คะแนนเท่ากัน หากจบลงด้วยผลเสมอจะกอดคอผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีม แต่หากทีมใดแพ้จะตกรอบทันที และส่ง อิหร่าน อันดับ 3 จากกลุ่มจีเข้ารอบแทน

ออสเตรีย มาในระบบ 4-2-3-1 ดัน คอนราด ไลเมอร์ ขึ้นมาเล่นเกมรุกประสานงานกับ โรมาโน่ ชมิด, มาร์เซล ซาบิตเซอร์ และมาร์โก อาร์เนาโตวิช ส่วน แอลจีเรีย นำทัพโดยตัวเก๋าอย่าง ริยาด มาห์เรซ มี อามิน กูอิรี่ เป็นหน้าเป้า

เริ่มเกมเป็น แอลจีเรีย ที่เดินหน้าบุกเข้าใส่ด้วยสถานการณ์ที่เสมอพวกเขาจะเป็นอันดับ 3 เพราะเป็นรองในเรื่องของผลต่างประตูได้เสีย แต่ไม่ค่อยมีจังหวะได้จบสกอร์แบบจะแจ้ง

นาทีที่ 28 กลายเป็น ออสเตรีย ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ดาวิด อลาบา วางยาวให้กับ มาร์โก อาร์เนาโตวิช เอาชนะกับดักล้ำหน้าก่อนจะหลุดเข้าไปซัดนิ่มๆ ไม่เหลือ

หลังเสียประตู แอลจีเรีย รุกหนักเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะซัดด้วยซ้ายของ ฟาเรส ไชบี้ แต่บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

จนนาทีที่ 45 ความพยายามของ แอลจีเรีย มาประสบผลสำเร็จได้ประตูตีเสมอจากจังหวะมีโชค บอลเหมือนจะออกหลัง แต่ไปชนมุมธงมาเข้าทางแบ็กขวา ราฟิค เบลกาลี่ ลากเข้าไปซัดด้วยซ้ายแสกหน้า อเล็กซานเดอร์ ชาลาเกอร์ นายทวารของออสเตรีย จบครึ่งแรกเสมอ 1-1

กลับมาเล่นครึ่งหลัง แอลจีเรีย เดินหน้าบุกเข้าใส่ มีโอกาสได้ส่องไกลจาก ฟาเรส ไชบี้ แต่บอลไปตรงตัว อเล็กซานเดอร์ ชาลาเกอร์ รับเข้าซองไม่พลาด

นาทีที่ 55 เป็น ออสเตรีย ที่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 คอนราด ไลเมอร์ พลิกเหลี่ยมเอาชนะ ราฟิค เบลกาลี่ ก่อนจะจ่ายให้กับ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ วิ่งเข้ามาปั่นด้วยขวาเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม

แต่นาทีที่ 60 แอลจีเรีย ไม่ยอมแพ้มาได้ประตูตามตีเสมอ 2-2 อย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ ฮุสเซ็ม อูอาร์ แหวกแนวรับไปสุดเส้นก่อนจะเปิดไปเสาสองให้กับ ริยาด มาห์เรซ วิ่งเข้ามาแปเน้นๆ ไม่เหลือ

หลังจากนั้นทั้งสองทีมเล่นแบบเพลย์เซฟเน้นความแน่นนอน เคาะบอลไปมา เพราะถ้าจบลงด้วยสกอร์นี้จะกอดคอผ่านเข้าสู่รอบต่อไปทันที

เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+4 กลายเป็น แอลจีเรีย ที่มาได้ประตูพลิกแซง 3-2 จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดด้วยขวา
แต่ดราม่ายังไม่หยุดนาทีที่ 90+6 ออสเตรีย มาได้ประตูตามตีเสมอ 3-3 จากตัวสำรองอย่าง ซาช่า คาลัดจ์ซิช โขกเข้าไป

ทำให้จบเกม ออสเตรีย เสมอกับ แอลจีเรีย 3-3 กอดคอกันผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมในศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยมี 4 คะแนนเท่ากัน แต่ ออสเตรีย จบอันดับ 2 เพราะผลต่างประตูได้เสียดีกว่าไปพบกับ สเปน

ส่วน แอลจีเรีย จบอันดับ 3 เข้ารอบไปพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมทำให้ อิหร่าน อันดับ 3 ของกลุ่มจี ต้องตกรอบแรก

🔞 เว็บไซต์นี้สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น  ·  ⚠️ การพนันมีความเสี่ยง โปรดเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ เล่นเพื่อความบันเทิงไม่ใช่เพื่อหารายได้  ·  สายด่วนสุขภาพจิต 1323 / มูลนิธิ 1413  ·  เล่นอย่างมีความรับผิดชอบ »